สิ่งที่ควรรู้เบื้องต้น ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสระว่ายน้ำ เมื่อคุณพร้อมที่จะมีสระว่ายน้ำ คุณก็ต้องมีความรู้พื้นฐานซึ่งบทความนี้จะบอกถึงรายละเอียดของ ระบบสระว่ายน้ำ ว่ามีกี่แบบ อย่างไรบ้าง
อากาศอย่างบ้านเราประเทศไทยที่เหมือนจะมีแต่หน้าร้อน กับหน้าร้อนมาก ๆ ดูจะเหมาะกับกิจกรรมว่ายน้ำเป็นพิเศษ เมื่อไรที่อากาศร้อนอบอ้าวขึ้นมา ก็กระโดลงไปในสระว่ายน้ำที่บ้านให้ฉ่ำชื่นใจสุด ๆ ไปเลย จากที่กล่าวมาข้างต้นนี้หลาย ๆ ท่านก็คงเริ่มจะคิดภาพตตามแล้ว ซึ่งสระว่ายน้ำในบ้านถือเป็นความใฝ่ฝันหนึ่งสำหรับคนมีบ้านหลาย ๆ คน เมื่อปลูกบ้านแล้วต้องมีสระว่ายน้ำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งส่วนใด หรือส่วนประกอบของบ้าน เพื่อให้บ้านสวยงาม เพื่อการใช้ออกกำลังกาย หรือเพื่อใช้ในงานรื่นรมณ์ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะสามารถใช้งานได้ทั้ง 3 อย่าง และปัจจุบันนั้นราคาสระว่ายน้ำสำหรับหลาย ๆ คน ก็ถือว่าจับต้องได้สามารถสร้างได้ แต่ก็ต้องมีความรู้เรื่องสระว่ายน้ำ ไม่ใช่ว่าจะบุ่มบ่ามไปจ้างคนมาทำก็กะไรอยู่ เพื่อให้ใครก็ตามที่ต้องการสระว่ายน้ำรู้ถึงข้อมูลของสระว่ายน้ำ วันนี้เรามีเรื่อง ระบบสระว่ายน้ำ มานำเสนอเพื่อให้คุณได้รู้ถึง ระบบของสระว่ายน้ำ แบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับการใช้งานสอดคล้องกับที่บ้านของคุณและ ระบบสระว่ายน้ำ นี้จะช่วยบอกอะไรได้หลายอย่างในด้านการจัดสร้างสระว่ายน้ำที่บ้านของคุณ
ระบบสระว่ายน้ำ[/caption]
ปัจจุบันระบบสระว่ายน้ำที่นิยมใช้กันมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
ระบบ Skimmer และ ระบบ Over Flow ( ระบบน้ำล้น)
ทั้ง 2 ระบบนี้มีการทำงานต่างกันตรงที่ระบบ Over Flow ( ระบบน้ำล้น) จะนำน้ำไปบำบัด โดยการให้น้ำในสระล้นออกมายังรางน้ำล้นข้างสระ แล้วนำน้ำที่ล้นออกมาไปพักไว้ที่ถังพักน้ำ ( Surge Tank) ก่อนจะปั๊มน้ำไปผ่านเครื่องกรองน้ำในห้องเครื่อง ทำให้ผิวสระว่ายน้ำที่ใช้ระบบนี้ดูตึงสวย เพราะอยู่ระดับเดียวกับพื้นรอบสระ แต่ก็จะสามารถมองเห็นรางน้ำล้นที่ดูคล้ายกับท่อระบายน้ำรอบสระด้วย
ในขณะที่ระบบ Skimmer นั้นจะนำน้ำไปบำบัด โดยผ่านช่องด้านข้างของผนังสระ ทำให้ผิวน้ำอยู่ในระดับต่ำกว่าพื้นรอบสระประมาณ 3-5 เซนติเมตร ระบบนี้ไม่ต้องมีถังพักน้ำ ( Surge Tank) ทำให้เราประหยัดน้ำ และราคาค่าก่อสร้างของระบบ Skimmer ก็ถูกกว่าระบบ Over Flow นอกจากนี้ในปัจจุบันระบบ Skimmer ยังได้รับการพัฒนาให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้น โดยมีรูปแบบเป็นเครื่องกรองสำเร็จรูป ไม่ต้องเดินท่อ เพียงแค่มีสระและติดเครื่องไว้ที่ขอบสระ ก็ทำงานได้เลย
ปัจจุบันระบบบำบัดน้ำในสระที่นิยมใช้มีอยู่ 3 ระบบ คือ
ระบบคลอรีน
เป็นระบบฆ่าเชื้อโรคที่มีราคาถูก และนิยมใช้กันมากที่สุด อยู่ในรูปของเหลว เม็ด และผงคลอรีน วิธีใช้คือค่อยๆละลายลงในสระว่ายน้ำ แต่จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เมื่อค่า pH ในน้ำอยู่ระหว่าง 7.2 – 7.8 หากค่า pH สูงหรือน้ำในสระมีค่าความเป็นด่างมากก็จะต้องเติมกรดลงไปก่อน และถ้าน้ำในสระมีค่า pH ต่ำหรือมีค่าความเป็นกรดสูง ก็จะต้องเติมสารที่เป็นด่างจำพวก Buffer หรือ Soda ash เพื่อปรับค่า pH ในน้ำก่อน ซึ่งสารคลอรีนนั้นอาจมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองกับผิวหนังได้ ดังนั้นการละลายคลอรีนจึงควรทำในช่วงเย็นหลังจากที่ใช้สระเสร็จแล้ว และจะต้องเปิดเครื่องกรองทิ้งไว้อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมงด้วย
ระบบน้ำเกลือ
เป็นระบบที่ฆ่าเชื้อโรคด้วยเกลือ โดยอาศัยเครื่องฟอกน้ำ บรรจุเกลือ ที่มีสมรรถนะสูง เรียกว่า salt-chlorinnator สามารถรักษาน้ำในสระให้สะอาดเหมือน น้ำในทะเล ( แต่เค็มน้อยกว่าน้ำทะเล 10 เท่า ) ไม่เป็นอันตรายต่อสุภาพ ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหนังอีกด้วยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่มีราคาค่าติดตั้งค่อนข้างสูง และมีความเป็นด่างทำให้น้ำในสระมีรสกร่อยเล็กน้อย เสียค่าดูแลรักษาหลังจากนั้นประมาณ 400 – 600 บาทต่อเดือน สระว่ายน้ำระบบเกลือ(Salt Water) ถือเป็นระบบบำบัดสระว่ายน้ำที่ดีที่สุดและทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ระบบทำงานโดยการใช้น้ำเกลือธรรมชาติ (NaCl=Sodium Chloride) มาผ่านกระบวนการ Electrolytic Process ของเครื่อง Salt Chlorinator มาทำการฆ่าเชื้อโรคในน้ำโดยเกิด Sodium Hypochlorite และ Sodium Chloride (NaCl) ซึ่งเป็นเกลือธรรมชาติดังเดิม และน้ำเกลือเมื่อใช้ฆ่าเชื้อโรคแล้วจะไม่สูญหายไปไหน การเติมเกลือจะเติมก็ต่อเมื่อทำการล้างเครื่องกรอง (Back Wash) หรือฝนตกจนน้ำล้นออกจากสระว่ายน้ำ ดังนั้นการเติมเกลือจึงเติมไม่บ่อยนักเพียง 2-3 เดือนต่อ 1 ครั้ง และน้ำเกลือในสระว่ายน้ำก็มีความเค็มเพียง 0.3% หรือเท่ากับความเค็มครึ่งหนึ่งของน้ำตาคนเท่านั้น
ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่ประชากรมีสระว่ายน้ำมากที่สุดในโลก และเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์เกี่ยวกับสระว่ายน้ำ และจากการสำรวจพบว่าประมาณ 90% ของประชากรที่มีสระว่ายน้ำใช้สระว่ายน้ำระบบเกลือ ส่วนอีก 10% ที่เหลือเป็นสระว่ายน้ำระบบคลอรีนที่รอการเปลี่ยนเป็นระบบเกลืออยู่
สระว่ายน้ำระบบเกลือ นับเป็นระบบสระว่ายน้ำที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวหนังได้ดีอีกด้วย (Mind salt water has therapeutic benefits) อย่างไรก็ตามสระว่ายน้ำระบบเกลือยังคงต้องดูแลค่า pH เนื่องจากค่าความเป็นด่างอาจจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลจากการใช้น้ำเกลือผ่านกระบวนการ Electrolytic Process แต่ทางบริษัทได้นำเข้าผลิตภัณฑ์รุ่น ESC-pH System การดูแลเรื่องค่า pH จึงเป็นเรื่องที่ง่ายดาย เนื่องจากเครื่องจะทำหน้าที่ดูแลค่า pH ในสระว่ายน้ำให้โดยอัตโนมัติ
สรุปข้อดีของระบบเกลือ
1. ไม่ทำให้เกิดการระคายผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งหรือคัน
2. ไม่ทำให้ตาแดง
3. ไม่มีกลิ่น
4. ติดตั้งอุปกรณ์ง่าย สามารถใช้กับสระว่ายน้ำที่มีอยู่แล้วได้
5. การใช้งานง่าย สะดวก เนื่องจากเป็นระบบอัตโนมัติ
6. ประหยัดค่าสารเคมี เนื่องจากราคาเกลือมีราคาถูกกว่าคลอรีน
7. ประหยัดค่าแรงงานในการดูแลรักษา เนื่องจากไม่ต้องเติมเกลือบ่อย เหมือนคลอรีน
ระบบโอโซน
เป็นระบบที่ฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ด้วยการผลิตก๊าซโอโซนจากเครื่องอัดอากาศมาบำบัดน้ำในสระโดยตรง เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมาก เพราะไม่มีสารตกค้างในน้ำ แต่ระบบนี้จะมีระยะเวลาในการฆ่าเชื้อโรคสั้นกว่าระบบอื่น และมีราคาค่าติดตั้งสูง
[caption id=”attachment_670″ align=”aligncenter” width=”300″>
ตามที่กล่าวมาถือว่าเป็นข้อมูลไม่มากหรือน้อยสำหรับผู้ต้องการสระว่ายน้ำ สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลของระบบสระว่ายน้ำเพิ่มมากขึ้น สามารถติดต่อเรา ได้ที่
บริษัท อินเตอร์พูลสปา จำกัด เชียงใหม่
บ้านมอญ หมู่ 2 ซอย 5 ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 50130
มือถือ. (08) 1815 5934
โทร. (053) 338 778, (053) 384 669, (081) 9605577
แฟกซ์. (053) 339 449
อีเมล์: info@interpoolspa.co.th
Building your dream pool that meets your needs “ผู้เชี่ยวชาญด้านงานสระว่ายน้ำ สระสปา ครบวงจร” “ห้องอบซาวน่า และ ห้องอบไอน้ำ” รับออกแบบ ก่อสร้าง วางระบบ สระว่ายน้ำ สระสปา สระวารีบำบัด ห้องอบซาวน่าและห้องอบไอน้ำ รับงานทั่วประเทศ เรามีสาขา ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา และประเทศลาว
ระบบสระว่ายน้ำ
No comments:
Post a Comment