สิ่งสำคัญของสระว่ายน้ำ สำหรับสถานที่มีสระว่ายน้ำนั้นคือ การดูแลสระว่ายน้ำ ซึ่งก็เปรียบได้กับการดูแลสถานที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจให้สวยงามตลอดเวลาซึ่งจะช่วยดึงดูดผู้คนเข้ามา
สระว่ายน้ำ ถือว่ามีบทบาทมากในปัจจุบัน ทั้งทางด้านออกกำลังกาย สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สถานที่จัดงานปาร์ตี้ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นวิธีการรักษาพยาบาลที่เรียกว่า วารีบำบัด และปัจจุบันสถานที่หลาย ๆ แห่งก็มักจะสร้างสระว่ายน้ำเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ เพื่อความสวยงาม การใช้สอย เพื่อออกกำลังกาย แม้กระทั่งบ้านหลาย ๆ บ้านเดี๋ยวนี้ก็มี “สระว่ายน้ำ” และมีการใช้งานสระว่ายน้ำสิ่งที่สำคัญของสระว่ายน้ำเพื่อให้สระว่ายน้ำนั้นใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นคือ การดูแลสระว่ายน้ำ เพื่อช่วยให้ระบบสระ ระบบบำบัดน้ำในสระคงคุณภาพไม่เกิดปัญหาง่าย ๆ และรักษาคุณภาพของน้ำในสระให้ดีที่สุดไม่ทำให้เกิดปัญหาเมื่อลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากสำหรับสถานที่ ที่มีสระว่ายน้ำ การดูแลรักษาสระว่ายน้ำ นั้นต้องดูแลหลายอย่างควบคู่กัน ต้องใช้ผู้ชำนาญ มีความรู้เรื่องของสารเคมี ที่จะใช้เติมลงในสระว่ายน้ำ เพื่อบำบัดน้ำในสระ สำหรับบทความนี้จะเป็นการแนะนำ 9 เคล็ดลับ การดูแลสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็น 9 วิธีการที่จะช่วยให้ การดูแลสระว่ายน้ำ นั้นง่ายยิ่งขึ้น มาเริ่มกันเลย
1.เปิดใช้งานให้ถูกจังหวะเวลา
สระว่ายน้ำส่วนใหญ่มักจะอยู่กลางแจ้ง ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นฝุ่น และเศษใบไม้ใบหญ้าที่ติดมากับสายลมแน่นอน ดังนั้นคงดีกว่าถ้าเราจะคลุมผ้าใบปิดสระน้ำไว้ในคราวที่มีมรสุม หรือเข้าสู่ฤดูที่มีความเสี่ยงจะกระทบกับสระว่ายน้ำของเรามากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝน ฝุ่น และเศษสกปรกที่ปลิวมากับสายลมแรง ๆ ตกลงมาในสระว่ายน้ำจนน้ำสกปรก กระทั่งเข้าฤดูที่ท้องฟ้าแจ่มใส ลมเอื่อย ๆ ปลอดภัยต่อความสะอาดของสระว่ายน้ำ ก็ค่อยเปิดผ้าที่คลุมสระน้ำเอาไว้ โดยก่อนเปิดผ้าคลุมควรทำความสะอาดพื้นที่รอบ ๆ สระให้หมดจดก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้มีเศษสกปรกที่เกลื่อนกลาดอยู่แถวนั้นกระเด็นลงสระได้
แต่ ในกรณีที่คุณระบายน้ำในสระออกไปก่อนจะคลุมสระ ควรตรวจสอบท่อน้ำทิ้ง และทำความสะอาดสระว่ายน้ำให้หมดจดพร้อมใช้งาน พร้อมทั้งต่อท่อและระบบไหลเวียนน้ำที่ถูกตัดขาดไปก่อนหน้านี้ด้วย หลังจากนั้นก็วัดระดับค่า pH ของน้ำให้เหมาะสม โดยขั้นตอนนี้ควรเปิดน้ำให้ไหลเวียนอยู่ในสระตลอด 24 ชั่วโมง นานติดต่อกัน 1-2 วันจนกว่าน้ำจะเต็มสระ และเซตค่า pH ของน้ำได้คงที่พร้อมให้สมาชิกทุกคนในบ้านลงไปว่ายเล่นให้ชื่นใจซะก่อน
2. ตรวจสอบการรั่วไหลสระว่ายน้ำ
เป็นเรื่องปกติที่ระดับน้ำในสระจะลดลงเพราะถูกแสงแดดและอากาศทำให้ระเหยไป แต่เราเองก็ควรสังเกตระดับน้ำที่ลดลงด้วย หากระดับน้ำในสระลดฮวบฮาบผิดปกติ อาจเป็นไปได้ว่าสระน้ำจะเกิดอาการรั่วไหล ดังนั้นก็ควรรีบตรวจสอบ โดยเติมน้ำลงในกะละมัง (แบบไร้หูหิ้วด้วยยิ่งดี) พร้อมกันนั้นก็ขีดทำเครื่องหมายวัดระดับน้ำทั้งด้านในและด้านนอกกะละมัง แล้วนำไปลอยในสระ ปล่อยทิ้งไว้สัก 2-3 วัน จึงค่อยมาดูระดับน้ำอีกครั้ง หากระดับน้ำในกะละมังและในสระลดลงไปในระดับเท่า ๆ กัน แสดงว่าน้ำในสระลดลงเพราะระเหยออกไป ไม่ได้เกิดอาการรั่วแต่อย่างใด ทว่าหากระดับน้ำในสระลดน้อยลงกว่าระดับน้ำในกะละมัง แสดงว่าสระน้ำมีรูรั่วเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ฉะนั้นควรถ่ายน้ำออก แล้วตรวจสอบรอยรั่วโดยด่วนที่สุด
3. ซูเปอร์คลอรีน
หากสระว่ายน้ำที่บ้านฉุนกลิ่นคลอรีนแรงมาก อย่างนี้ต้องปฏิบัติการซูเปอร์คลอรีน หรือการเติมคลอรีนลงในสระเกินปกติ 2-3 เท่าโดยประมาณ เพื่อทำการช็อกคลอรีน เพื่อกำจัดแอมโมเนียและสารปนเปื้อนที่อยู่ในสระน้ำ รวมทั้งตะใคร่น้ำที่ตกค้างอยู่ในสระว่ายน้ำ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวการที่ทำให้สระว่ายน้ำมีกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเอง
4. วัดระดับค่า pH น้ำในสระเสมอ
ระดับค่า pH ที่เหมาะสมของน้ำในสระควรอยู่ระหว่าง 7.2-7.8 ถึงจะสะอาดและปลอดภัยสำหรับผู้ใช้สระ ดังนั้นคุณก็ไม่ควรมองข้ามค่า pH ของน้ำในสระเด็ดขาด หรือถ้าจะให้ดีควรตรวจเช็กค่า pH น้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ หรือช่วงที่มีคนเล่นน้ำเยอะ สังเกตเห็นว่าน้ำเปลี่ยนสี โดยสามารถใช้เครื่องมือตรวจสอบค่า pH ของน้ำที่มีจำหน่ายทั่วไปได้เลย (ราคาประมาณ 1,000-2,000 บาท)
5. ระดับน้ำในสระต้องไม่ต่ำกว่าระดับสกิมเมอร์
สำหรับสระน้ำระบบสกิมเมอร์ ที่มีช่องกรองเศษสกปรกบนผิวน้ำ และคอยดูดน้ำให้ไหลวนภายในสระต้องหมั่นเช็กระดับน้ำในสระให้ไม่ต่ำกว่าระดับ สกิมเมอร์เพราะหากระดับน้ำต่ำกว่าสกิมเมอร์ มีความเป็นไปได้สูงว่าปั๊มน้ำอาจชำรุดเสียหาย จึงไม่สามารถดูดน้ำเข้าสระได้ตามปกติ
6. ดูแลสภาพการใช้งานของฮีทปั๊ม
ฮีทปั๊มในสระว่ายน้ำจะช่วยปรับอุณหภูมิให้น้ำในสระมีความพอดีกับอุณหภูมิใน ร่างกายเรา ซึ่งตัวฮีทปั๊มเองก็ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดด้วย โดยควรตรวจเช็กสภาพการใช้งานของฮีทปั๊มเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าอุณหภูมิของน้ำมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม มาก ควรให้ช่างเข้ามาตรวจเช็กสภาพการใช้งานโดยด่วน
7. ทำความสะอาดเครื่องกรอง
เครื่องกรองที่ใช้ในสระว่ายน้ำมีอยู่ด้วยกัน 3 ระบบ ซึ่งก็คือ ระบบกรองผ้าด้วยผงกรอง, ระบบกรองทราย และระบบกรองแบบกระดาษ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นระบบแบบไหน ก็ควรตรวจสอบสภาพการใช้งานของเครื่องกรอง พร้อมทั้งทำความสะอาดของเครื่องกรองตามวิธีทำความสะอาดของชนิดเครื่องกรอง ของแต่ละระบบอยู่เสมอ เพื่อรักษาความใสสะอาดของน้ำให้น่าว่ายน้ำเล่นอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ควรเดินเครื่องกรองอย่างน้อยวันละ 12 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ หรือหากวันไหนมีคนลงเล่นน้ำมากเกินปกติ ก็ควรเดินเครื่องกรองน้ำนานขึ้นตามไปด้วย
8. ขัดถูกระเบื้องสระวายน้ำทุกสัปดาห์
กระเบื้องและผนังสระว่ายน้ำ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอก็คงจะมีตะใคร่น้ำเกาะอยู่เต็มไปหมด ซึ่งนอกจากจะทำให้สระว่ายน้ำสกปรกแล้ว ยังอาจเกิดความลื่น เป็นอันตรายต่อผู้ใช้สระอีกต่างหาก ดังนั้นทางที่ดีก็ควรทำความสะอาดสระว่ายน้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยใช้เครื่องดูดตะกอนสำหรับทำความสะอาดสระว่ายน้ำ เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพสระว่ายน้ำของคุณเองด้วย ส่วนผนังสระว่ายน้ำ หากเป็นคอนกรีต หรือกระเบื้อง สามารถใช้แปรงขนแข็งทำความสะอาดได้เลย แต่ถ้าเป็นกระเบื้องไวนิลหรือไฟเบอร์กลาส แนะนำให้ใช้ฟองน้ำนุ่ม ๆ ทำความสะอาดก็พอ
9. ดูแลขอบสระว่ายน้ำด้วย
ดูแลภายในสระว่ายน้ำไปแล้วก็อย่าลืมพื้นที่บริเวณรอบสระว่ายน้ำด้วย โดยเฉพาะขอบสระว่ายน้ำที่มักจะมีเศษฝุ่น และเศษใบไม้แห้งเกะกะอยู่ตลอด ซึ่งวิธีทำความสะอาดขอบสระคุณสามารถทำได้โดยใช้ไม้ด้ามยาวช้อนเศษใบไม้และ สิ่งสกปรกออกจากสระให้หมด พร้อมทั้งขัดถูบริเวณขอบสระทุก ๆ 2-3 วัน
Interpoolspa บริษัทอินเตอร์พูลสปา รับออกแบบ ก่อสร้างสระว่ายน้ำ ดูแลสระว่ายน้ำ เรามีผู้เชี่ยวชาณด้าน การดูและสระว่ายน้ำ ห้องอบไอน้ำ ห้องอบซาวน่า เรามีผู้เชี่ยวชาญงานด้านสระว่ายน้ำ ห้องอบซาวน่า ห้องอบไอน้ำ ครบวงจร และจำหน่ายอุปกรณ์สระว่ายน้ำ รับออกแบบ ก่อสร้าง วางระบบ สระว่ายน้ำ สระสปา สระวารีบำบัด ห้องอบซาวน่าและห้องอบไอน้ำ รับงานทั่วประเทศ เรามีสาขา ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา และประเทศลาว
การดูแลสระว่ายน้ำ


No comments:
Post a Comment